Q: อธิบายเพิ่มเติมเรื่องจิตกับใจและการวางจิต
A: ลักษณะของจิต คือ จะผ่องใสไปตามสติปัญญาที่ตั้งไว้ หรือจะเศร้าหมองไปตามกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมาก็ได้ ด้วยเหตุนี้จิตจึงไม่เที่ยง เราต้องตั้งสติไว้ ปล่อยวางความยึดถือในจิตให้ได้ และอย่าเข้าใจผิดว่าจิตนั้นเป็นของเรา เพราะถ้าเราเข้าใจว่าจิตเป็นของเรา เราจะทุกข์ทันที

Q: วางแล้วเหลืออะไร?
A: วางความยึดถือแล้ว จะเหลือปัญญาเหลือสติ

Q: ธรรมะข้อใดเมื่ออยู่ในระหว่างคนไม่ถูกกัน และควรทำอย่างไร?
A: เราต้องทำความเข้าใจว่า คนชั่วก็ไม่ได้ชั่วตลอดเวลา คนดีก็ไม่ได้ดีตลอดเวลา เราไม่ควรกล่าวหาว่าเขาเป็นคนไม่ดี เราควรเชื่อและศรัทธาว่า คนเราเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่การปฏิบัติ ธรรมะที่จะนำมาใช้คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ เอาตรงนี้เป็นที่พึ่ง แล้วพิจารณาแนวทางว่า “แม้การบอกนั้นเราจะลำบากในการที่จะไปบอกเขา ให้เห็นว่าความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความดีที่จะเกิดขึ้นกับเขามันดีกว่า ให้ทำ” ให้พิจารณาว่า “ถ้าเราต้องลำบากในการที่จะบอก บอกแล้วเขาจะขัดเคืองใจ ให้มองว่าความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อย ความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ว่าเขาจะดีได้ ให้บอกเขา” ให้พิจารณาว่า “ถ้าบอกแล้วเขาจะไม่พอใจ จะขัดเคืองใจ เขาจะเปลี่ยนไม่ได้ และเราจะลำบาก จะต้องขวนขวายมาก ให้วางอุเบกขา”

Q: อุคคคฤหบดีเป็นการพยากรณ์ตนด้วยตนหรือไม่?
A: อุคคคฤหบดี ท่านเป็นอนาคามี ท่านรู้ว่าท่านบรรลุขั้นไหนได้ด้วยตัวท่านเอง เพราะในศาสนานี้ผู้ที่บรรลุธรรมจะรู้ว่าตนเองบรรลุธรรมขั้นไหนได้ด้วยตัวเอง และจะมีเพียงพระพุทธเจ้า พระองค์เดียวเท่านั้น ที่สามารถพยากรณ์ได้ว่าใครบรรลุขั้นไหน

Q: ถ้ายังมูอยู่จะหวังโสดาปัตติผลได้หรือไม่?
A: การอ้อนวอนขอร้องโดยไม่มีเหตุไม่มีผล เป็นลักษณะของสักกายทิฎฐิและสีลัพพตปรามาส เราจะละทั้ง 2 อย่างนี้ได้ เราต้องมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แล้วเราจะไม่มีความเคลือบแคลงเห็นแย้งในมรรคในข้อปฏิบัติ


Tstamp

[02:36] อธิบายเพิ่มเติมเรื่องจิตกับใจและการวางจิต
[17:46] วางแล้วเหลืออะไร?
[23:22] ธรรมะข้อใดเมื่ออยู่ในระหว่างคนไม่ถูกกันและควรทำอย่างไร?
[37:20] อุคคคฤหบดีเป็นการพยากรณ์ตนด้วยตนหรือไม่?
[51:35] ถ้ายังมูอยู่จะหวังโสดาปัตติผลได้หรือไม่?