มีสติระลึกอยู่ตลอด, จิตไม่เผลอคือรับรู้เฉยๆ กับผัสสะที่เข้ามากระทบ, ไม่เอานาม ไม่เอารูป, ในขณะนั้นจิตก็ไม่มีอวิชชา, ไม่มีตัณหา ความอยาก, อุปาทาน ความยึดถือก็จางคลาย, ความเป็นสภาวะ ภพ ก็ดับไป, เพราะไม่ไปยึดถือในส่วนสุดสองข้าง, อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ อยู่เหนือการปรุงแต่ง อยู่เหนือนามอยู่เหนือรูป อยู่เหนือวิญญาณ อยู่เหนือสังขาร, อยู่เหนือ อวิชชา, อวิชชาตัณหากิเลสไม่เอา, จิตเราจะเข้าสู่ความเป็นอมตะ คือไม่ตายเพราะ ไม่เกิด นั่นคือเป็นมหาบุรุษ


Timestamp
[00:01] ผู้พ้นด้วยปัญญา เริ่มต้นด้วยสติโดยใช้ลมเป็นเครื่องมือ
[07:32] เก็บจิตเหมือนเต่าในกระดอง ลม จิต สติ อยู่ด้วยกันจะพ้นจากมาร
[14:22] ทุกลมหายใจคือการสะสมสติ ทำให้แยกแยะวิญญาณออกจากจิต เกิดสมาธิ
[29:42] ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ใคร่ครวญในธรรม ติสสเมตเตยยปัญหา
[35:21] ผู้รู้ชัดส่วนสุดสองด้าน ไม่ติดในท่ามกลาง ด้วยสติปัญญา ทำลายเครื่องร้อยรัด ขุดรากอวิชชา
[38:44] กิเลสเอาสองทางเสมอต้องกำจัดทั้งสองทาง ตัดด้วยสติสมาธิและปัญญา
[47:14] เพราะความจางคลายของตัณหาและอวิชชา จิตไม่ปรุงแต่ง พ้นจากส่วนสุด ไม่เอาแม้ในท่ามกลาง พบอมตะ