หมวดธรรม 9 ประการใน สีหนาทวรรค หมวดว่าด้วยการบันลือสีหนาท

ข้อที่ 17 กุลสูตร ว่าด้วยตระกูล กล่าวถึงลักษณะของตระกูลที่ภิกษุไม่ควรเข้าหา (ไม่ควรไปมาหาสู่หรือเยี่ยมเยียน) และตระกูลที่ควรเข้าไปหา ดังนี้

ลักษณะของตระกูลที่ภิกษุ“ไม่ควร” เข้าหา 9 ประการ
1.ไม่ต้อนรับด้วยความเต็มใจ: เมื่อไปถึงแล้วไม่ลุกรับ ไม่แสดงความเคารพ
2. ไม่กราบไหว้ด้วยความเต็มใจ: ไม่แสดงความนบนอบตามธรรมเนียม
3.ไม่ให้อาสนะด้วยความเต็มใจ: ไม่จัดที่นั่งให้ด้วยความยินดี
4. ปกปิดของที่มีอยู่: มีของอยู่แต่ทำเป็นไม่มี หรือไม่นำออกมาแบ่งปัน
5. มีมากแต่ให้น้อย: มีของเหลือเฟือแต่ให้เพียงเล็กน้อยอย่างไม่สมควร
6. มีของประณีตแต่ให้ของเศร้าหมอง: เก็บของดีไว้เอง แต่ให้ของที่ด้อยคุณภาพ
7. ให้โดยไม่เคารพ: ให้แบบสักแต่ว่าให้ หรือแสดงอาการดูหมิ่น
8. ไม่นั่งใกล้เพื่อฟังธรรม: ไม่สนใจที่จะสนทนาธรรมหรือรับฟังคำสอน
9. ไม่ยินดีเมื่อกล่าวธรรม: เมื่อภิกษุแสดงธรรมก็แสดงอาการไม่พอใจหรือไม่เลื่อมใส

ลักษณะของตระกูลที่ภิกษุ “ควร” เข้าหาเยี่ยมเยียน มีลักษณะตรงกันข้ามกับธรรม 9 ประการ ที่กล่าวมาในข้างต้น

ข้อที่ 18 นวังคุโปสถสูตร ว่าด้วยการรักษาอุโบสถที่มีองค์ ๙ กล่าวถึงการรักษาอุโบสถด้วยองค์ 9 ประการที่บุคคลอยู่จำแล้วย่อมมีอานิสงส์มาก แผ่ไพศาลมาก ได้แก่ การรักษาศีลแปดและการแผ่เมตตาจิต (พรหมวิหารสี่) ทั่วทุกทิศทางอย่างไม่มีประมาณ

ข้อที่ 19 เทวตาสูตร ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับของเทวดา กล่าวถึงเทวดา 9 จำพวกมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อบอกเล่าถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้ตนได้ไปเกิดในหมู่เทวดาที่มีความละเอียดประณีตต่างกัน โดยมีประเด็นสำคัญและหลักธรรมดังนี้

ประเด็นสำคัญ: กล่าวถึงผลของการต้อนรับและการปฏิบัติต่อบรรพชิต (ผู้ทรงศีล) ในขณะที่เทวดาเหล่านั้นยังเป็นมนุษย์ หากปฏิบัติไม่ครบถ้วนหรือไม่ประณีต แม้จะได้เกิดเป็นเทวดาแต่จะเป็นชั้นต่ำและมีความเดือดร้อนใจ (วิปปฏิสาร) ภายหลังที่เห็นตนเองมีอานุภาพน้อยกว่าเทวดาอื่น ในทางกลับกัน ผู้ที่ปฏิบัติได้ครบถ้วนทั้ง 9 ประการ ย่อมได้ไปเกิดในหมู่เทพชั้นประณีตและมีอานุภาพมาก

หลักธรรม 9 ประการในการต้อนรับบรรพชิต: หลักธรรมนี้เรียงลำดับจากความประณีตเบื้องต้นไปจนถึงการบรรลุธรรม ดังนี้
1. การลุกรับ: เมื่อเห็นบรรพชิตมาถึงบ้าน ต้องแสดงความเคารพด้วยการลุกขึ้นต้อนรับ
2. การกราบไหว้: แสดงความอ่อนน้อมด้วยการกราบไหว้
3. การให้อาสนะ: จัดหาที่นั่งที่เหมาะสมให้แก่ท่าน
4. การแบ่งปันลาภ: รู้จักให้ทานหรือแบ่งปันสิ่งของตามกำลังความสามารถ
5. การเข้าไปนั่งใกล้: เข้าไปหาเพื่อแสดงความเคารพและเตรียมรับฟังธรรม
6. การเงี่ยโสตลงฟังธรรม: ตั้งใจฟังคำสอนของท่านอย่างจดจ่อ
7. การทรงจำธรรม: เมื่อฟังแล้วต้องพยายามจดจำหลักธรรมนั้นไว้
8. การพิจารณาเนื้อความ: นำธรรมที่ทรงจำไว้มาไตร่ตรองให้เข้าใจความหมาย
9. การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม: นำความรู้ที่เข้าใจแล้วไปลงมือปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักการเพื่อให้เกิดผลจริง

*บทสรุป: พระพุทธเจ้าทรงใช้เรื่องนี้สอนภิกษุทั้งหลายไม่ให้ประมาทและเร่งบำเพ็ญเพียร เพื่อที่จะไม่ต้องเดือดร้อนใจในภายหลังเหมือนเทวดาจำพวกแรก ๆ ที่ทำบุญมาไม่ครบถ้วน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สีหนาทวรรค


Tstamp

[03:30] กุลสูตร ว่าด้วยตระกูล
[18:42] นวังคุโปสถสูตร ว่าด้วยการรักษาอุโบสถที่มีองค์ 9
[29:50] เทวตาสูตร ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับของเทวดา
[35:15] เทวดา 9 จำพวก
[41:15] ความเพียรควรเร่งทำเสียแต่วันนี้
[41:15] ประชาสัมพันธ์งานขุมทรัพย์แห่งใจ