สูตร#1 สจิตตสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๑) ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า หากภิกษุเป็นผู้ไม่ฉลาดในวาระจิตของผู้อื่น แต่ให้พึงสำเหนียกว่า“เราทั้งหลายจักเป็นผู้ฉลาดในวาระจิตของตน“ และทรงอธิบายในรายละเอียด

สูตร#2 ฐิติสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๓) ทรงตรัสถึงธรรมชาติของจิตที่ฝึกแล้วและยังไม่ได้ฝึก ซึ่งส่งผลต่อความคงอยู่หรือความตั้งมั่นในธรรม

สูตร#3 ปริหานสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๕) พระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุผู้มีอายุทั้งหลาย ในข้อธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงถึงองค์ประกอบที่ทำให้บุคคลเสื่อมจากกุศลธรรม (ความดีงาม หรือคุณธรรมที่ได้บรรลุแล้ว) และ องค์ประกอบที่ป้องกันไม่ให้เสื่อม

สูตร#4 สมถสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๕๔) ทรงตรัสแก่ภิกษุว่า หากภิกษุไม่ฉลาดในการรู้ใจผู้อื่น ก็พึงเป็น “ผู้ฉลาดในวาระจิตของตน” เพื่อพัฒนาธรรม ๒ ฝ่าย คือ สมถะ (ความสงบใจ) และ วิปัสสนา (การเห็นแจ้งธรรม) ให้สมบูรณ์ และการเลือกเสพสิ่งที่เป็นสัปปายะ (การเลือกคบและปฏิบัติตน)

สูตร#5 ทุติยสมาธิสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๑๙) ทรงตรัสถึง “การเจริญสมาธิ” เพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริง คือรู้แจ้งการเกิดและการดับของขันธ์ ๕

สูตร#6 ตติยสมาธิสูตร (เล่มที่ ๒๔ ข้อที่ ๒๐) ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึง “ลักษณะของสมาธิขั้นสูง” ที่ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงได้ โดยเป็นภาวะจิตที่หลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในสิ่งปรุงแต่งทั้งปวง


Tstamp

[04:08] สจิตตะสูตร
[10:22] ฐิติสูตร
[19:24] ปริหานสูตร
[28:40] สมถสูตร
[42:56] ทุติยสมาธิสูตร
[46:48] ตติยสมาธิสูตร